แอปเทรดหุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 เทียบค่าธรรมเนียม ฟีเจอร์ ความปลอดภัย

หยุดก่อน! ถ้าคุณกำลังจะโหลดแอปเทรดหุ้นโดยไม่ได้เปรียบเทียบ บอกเลยว่าคุณอาจก ำลังจะเสียเงินโดยไม่รู้ตัว
แอปเทรดหุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 ต้องบอกว่าแข่งขันกันดุเดือดมาก ค่าธรรมเนียมถูกลง ฟีเจอร์ดีขึ้น แต่นั่นก็หมายความว่ามีตัวเลือกเยอะขึ้นตามไปด้วย แต่แอปไหนดีที่สุด และแอปไหนจะเหมาะกับคุณ ลองมาดูกัน
แอปเทรดหุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 (สรุปสั้นๆ)
| ค่าคอม 0% | ฝึกมือก่อนใช้เงินจริง | Mitrade — ไม่มีค่าคอม เข้าถึงกว่า 700 สินทรัพย์ แถม Demo Account ฟรี ฝึกได้ไม่มีวันหมดอายุ |
| มือใหม่ (หุ้น US) | Dime! — เริ่มต้นแค่ 50 บาท ใช้งานง่ายที่สุด |
| ค่าธรรมเนียมต่ำ (เทรดบ่อย) | Liberator — Flat Rate 999 บาท/เดือน เทรดไม่อั้น |
| เทรดหุ้นต่างประเทศ | InnovestX — US, HK, EU ครบในแอปเดียว |
| สายเทคนิค | Webull — อินดิเคเตอร์ 50+ ตัว |
| หุ้นไทย SET | Streaming — เรียลไทม์ ครบที่สุด |
วิธีเลือกแอปเทรดหุ้นที่ดีที่สุด

ก่อนอื่นเลยต้องพูดตรงๆ ก่อนนะ ไม่มีแอปไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แอปที่ถูกที่สุดสำหรับคนเทรดเดือนละครั้งอาจแพงที่สุดสำหรับคนที่เทรดทุกวัน มันกลับกันได้เลย ดังนั้นก่อนไปดูแอปแต่ละตัว ต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าคุณเป็นใคร สไตล์ไหน
มือใหม่ควรเลือกแบบไหน?
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่ต้องมองหาในแอปคือ ความง่าย ไม่ใช่ความครบ มือใหม่ที่ใช้แอปซับซ้อนเกินไปมักจะกดผิด เข้าใจค่าธรรมเนียมผิด หรือหมดกำลังใจก่อนจะเริ่มลงทุนจริงๆ เสียอีก
UI เปิดมาแล้วรู้ทันทีว่าต้องกดอะไร ไม่ต้องอ่านคู่มือ
เงินขั้นต่ำต่ำมากๆ เพื่อให้ฝึกมือได้โดยไม่เสี่ยงเยอะ
ค่าธรรมเนียมไม่ซับซ้อน รู้ชัดว่าจ่ายอะไรบ้าง
ใช้เงินบาทได้โดยตรง ไม่ต้องแปลงสกุลเงินให้ยุ่งยาก
คำตอบของเราคือ Mitrade ใช้ง่าย เหมาะกับมือใหม่ ไม่ซับซ้อน แถมมีบัญชีทดลองให้ลองเทรดก่อนได้ ไม่มีความเสี่ยง
ลงทุนระยะยาวควรใช้แอปอะไร?
สาย DCA ซื้อสม่ำเสมอ ถือยาว ไม่ดูกราฟทุกวัน สไตล์นี้ต้องการแอปที่ ค่าธรรมเนียมต่ำและเสถียร มากกว่าเครื่องมือเยอะๆ
รองรับการซื้อขนาดเล็กๆ เพื่อ DCA ได้ทุกเดือนในจำนวนเงินเท่ากันเป๊ะๆ
ค่าธรรมเนียมต่อรายการต่ำ เพราะสะสมหลายปีค่าธรรมเนียมกิน Returns ได้มาก
มีกองทุนรวมหรือ ETF ให้เลือก เพราะสายระยะยาวมักกระจายการลงทุน
สายนี้แนะนำ Dime! หรือ InnovestX ขึ้นอยู่กับเงินและตลาดที่สนใจ
เทรดสั้นควรใช้แพลตฟอร์มไหน?
สาย Day Trade ต้องการ ความเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำมากๆ เพราะเทรดวันละหลายรอบ ค่าคอมแพงหน่อยมันกินกำไรจนเจ็บปวดมาก ลองคิดดูนะ เทรดวันละสามรอบ เดือนละยี่สิบวันทำการ นั่นคือหกสิบรายการต่อเดือน ค่าคอมรายการละสิบบาทก็ปีนึง 7,200 บาทออกจากพอร์ตแล้ว โดยที่ยังไม่ได้กำไรเลย
สายนี้คือ Mitrade ที่ค่าค่าคอม 0% หรือจะเป็น Liberator ที่เป็นแบบ Flat Rate 999 บาทต่อเดือน
เน้นค่าธรรมเนียมต่ำควรเลือกอะไร?
เดี๋ยวก่อน!! ค่าคอมถูกไม่ได้แปลว่าค่าธรรมเนียมรวมถูก ยังมี FX Spread ที่ซ่อนอยู่ที่หลายคนมองข้าม รวมแล้วอาจแพงกว่าที่คิด
ถ้าเทรดน้อย (เดือนละครั้ง) → Dime! — ฟรีโควตา 1 ครั้ง/เดือน
ถ้าเทรดบ่อยมาก (วันละหลายรอบ) → Liberator — Flat Rate 999 บาท/เดือน
อยากเทรดหุ้นต่างประเทศใช้แอปไหนดี?
ต้องดูก่อนว่าแอปนั้น รองรับตลาดที่คุณต้องการจริงไหม เพราะบางแอปมีแค่หุ้น US ถ้าอยากได้หุ้น HK หรือยุโรปด้วย ตัวเลือกก็จะแคบลงมาก
แอปที่ครอบคลุมที่สุดในไทยตอนนี้คือ InnovestX มีทั้ง US, Hong Kong และ EU ในที่เดียว
เน้นความปลอดภัยควรใช้แอปอะไร?
แอปที่มีใบอนุญาต กลต. ไทยในปัจจุบันคือ Dime!, InnovestX, Liberator, Webull Thailand
ส่วน Mitrade แม้จะไม่มีใบอนุญาตจาก กลต. ไทย แต่มีใบอนุญาตระดับสากลอย่าง ASIC ที่มาตรฐานสูงที่สุดในโลก
ตารางเปรียบเทียบแอปเทรดหุ้นยอดนิยม
ดูรวมกันเลยดีกว่า จะได้เห็นภาพชัดๆ ไม่ต้องเปิดหลายหน้า (อัปเดต กุมภาพันธ์ 2026)
| แอป | ค่าธรรมเนียม | ตลาด | เริ่มต้น | เหมาะกับ | จุดเด่น | การรับรอง | คะแนน |
| Mitrade | 0% คอม (มีค่า Spread) | ทั่วโลก(CFD) | 50USD | CFD | Demo Account | ASIC | 4.6/5 |
| Dime! | ฟรี 1 ครั้ง/เดือน 0.15% ครั้งต่อไป | US+กองทุน | 50 ฿ | มือใหม่/DCA | Fractional Share | กลต. | 3.9/5 |
| InnovestX | 0.08 USD/หุ้น ขั้นต่ำ 4.99 US | US+HK+EU | ~160 ฿ | เงินก้อน/หลายตลาด | ครบทุกตลาด | กลต. | 3.1/5 |
| Liberator | 0.10% หรือ 999 บาท/เดือน ไม่จำกัด | US+ไทย | ไม่มีขั้นต่ำ | Active Trader | Flat Rate | กลต. | 4.0/5 |
| Webull | 0.10% – 0.15% | US+จีน | ไม่มีขั้นต่ำ | สายเทคนิค | 50+ อินดิเคเตอร์ | กลต. | 4.8/5 |
| Streaming | ~0.15% – 0.25% | SET+TFEX | ตามโบรกเกอร์ | หุ้นไทย | เรียลไทม์ SET | กลต. | 4.3/5 |

TOP 6 แอปเทรดหุ้นยอดนิยม แบบละเอียด
1. Mitrade — CFD Broker | ค่าคอม 0% | 700+ สินทรัพย์ | Demo ฟรี

ถ้าถามว่าแอปเทรดหุ้นที่ดีที่สุดในปี 2026 คำตอบคือ Mitrade เพราะมีจุดเด่นที่แอปอื่นไม่มี นั่นคือ ค่าคอม 0% + เข้าถึงสินทรัพย์มากกว่า 700 รายการทั่วโลก + บัญชีทดลองฟรีที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้ใครก็เริ่มได้ ไม่ว่าจะมีเงินเท่าไหร่
และสิ่งที่ทำให้ Mitrade ต่างจากแอปอื่นในรีวิวนี้คือ เปิดกว้างสำหรับทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ที่ยังไม่เคยเทรดเลย ไปจนถึงนักลงทุนที่อยากเข้าถึงตลาด Forex, สินค้าโภคภัณฑ์ หรือหุ้นสหรัฐฯ โดยไม่มีค่าคอมกิน
จุดเด่น: ค่าคอม 0% เข้าถึง 700+ สินทรัพย์ทั่วโลก + Demo Account ฟรีไม่มีวันหมดอายุ + เงินฝากขั้นต่ำ $50 — ครบสุดสำหรับทุกระดับ
ข้อดี:
ค่าคอมมิชชั่น 0% ทุกรายการ ไม่มีค่าธรรมเนียมซ่อน
เข้าถึงสินทรัพย์กว่า 700 รายการ ครอบคลุมหุ้น, Forex, Gold, Crypto, สินค้าโภคภัณฑ์
Demo Account ฟรีไม่มีวันหมดอายุ ฝึกได้เท่าที่ต้องการ
ไม่มีเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี เริ่มได้เลย
UI ใช้งานง่าย รองรับภาษาไทย
ได้รับใบอนุญาตระดับสากล ASIC + CIMA มาตรฐานสูง
Leverage สูงสุด สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่ม Upside
แพลตฟอร์มบน Web + iOS + Android ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์
ข้อด้อย:
เป็นผลิตภัณฑ์ CFD ไม่ได้ถือหุ้นจริง
มี Overnight Fee สำหรับ CFD ที่ถือข้ามคืน
ไม่มีเงินปันผลจากการถือหุ้น (เพราะเป็น CFD)
ค่าธรรมเนียม
ค่าคอมมิชชั่น: 0%
Spread: แตกต่างกันตามสินทรัพย์ (ตรวจสอบในแอป)
Overnight Fee: คิดเฉพาะ CFD ที่ถือข้ามคืน
ความปลอดภัย: ได้รับใบอนุญาตจาก ASIC (ออสเตรเลีย) และ CIMA ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลระดับสูง มีการคุ้มครองเงินลูกค้าตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
เหมาะกับ: นักลงทุนทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ที่ต้องการฝึกผ่าน Demo ไปจนถึงผู้ที่ต้องการเทรดตลาดโลกด้วยค่าคอม 0% โดยไม่มีขั้นต่ำ
2. Dime! — โดย บล. เอเชียพลัส | มือใหม่ | ซื้อที่ละน้อย

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น บอกเลยว่า Dime! คือแอปที่ใช่สำหรับคุณ เริ่มต้นได้ด้วยเงินแค่ 50 บาท เพราะรองรับ Fractional Share หรือเศษหุ้นทีละน้อย และใช้เงินบาทได้โดยตรง ไม่ต้องโอนเงินไปแปลงเป็นดอลลาร์ก่อน ซึ่งตรงนี้แหละที่มือใหม่หลายคนมักสะดุดเวลาใช้แอปอื่น
จุดเด่น: เริ่มต้นแค่ 50 บาท ซื้อเศษหุ้นอเมริกาได้ ใช้เงินบาทโดยตรง ฟรีค่าคอม 1 ครั้ง/เดือน
ข้อดี:
เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 50 บาท
Fractional Share ซื้อเศษหุ้นได้
ใช้เงินบาทได้โดยตรง ไม่ต้องแปลงสกุล
ฟรีค่าคอม 1 ครั้งต่อเดือน
ดอกเบี้ยเงินสดในแอป 3% (ไม่เกิน 30,000 บาท)
ได้รับใบอนุญาตจาก กลต.
ข้อด้อย:
มีแค่หุ้น US + กองทุนรวม ยังไม่มีหุ้นไทยหรือ HK
ครั้งที่ 2 ขึ้นไปเสียค่าคอม 0.15%
เครื่องมือวิเคราะห์น้อยกว่า Webull
ค่าธรรมเนียม
ครั้งแรกของเดือน: ฟรี 0%
ครั้งที่ 2 ขึ้นไป: 0.15% ต่อรายการ
FX Spread: มีค่าแปลงสกุลเงิน (ตรวจสอบอัตราในแอป)
ความปลอดภัย: ได้รับใบอนุญาตจากก.ล.ต. ไทย เงินลูกค้าแยกบัญชีออกจากเงินบริษัทอย่างชัดเจน
เหมาะกับ: มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ต้องการซื้อหุ้น US แบบ DCA เดือนละครั้ง หรือคนที่มีเงินน้อยแต่อยากลงทุนในหุ้นราคาแพง
3. InnovestX — โดย SCBX | หลายตลาด | ครบเครื่อง

ถ้า Dime! คือร้านข้าวแกงที่อร่อย ราคาโอเค InnovestX คือ ร้าน All-You-Can-Eat ที่มีครบทุกอย่าง เทรดได้ทั้งหุ้น US, Hong Kong, ยุโรป มีกองทุน มีหุ้นกู้ มี Offshore Fund และเพิ่งรองรับ Digital Asset ในแอปเดียว
จุดเด่น: เทรดได้ทั้ง US, Hong Kong, EU + กองทุน + หุ้นกู้ ในแอปเดียว ครบที่สุดในไทย ความน่าเชื่อถือระดับ SCBX
ข้อดี:
เทรดได้หลายตลาดทั่วโลก US, HK, EU
มีหุ้นกู้และ Offshore Fund
บางช่วงมีโปรโมชันค่าธรรมเนียม 0%
ความน่าเชื่อถือสูงในฐานะ SCBX
รองรับ Digital Asset แล้ว
ข้อด้อย:
ขั้นต่ำต่อรายการสูง 4.99 USD (~160 บาท)
ซื้อเศษหุ้นได้บางตัวเท่านั้น
ต้องทำ W-8BEN (เอกสารภาษีอเมริกา)
ค่าธรรมเนียม
0.08 USD ต่อหุ้น
ขั้นต่ำต่อรายการ: 4.99 USD (~160 บาท)
FX Spread: มีค่าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ความปลอดภัย: ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. ไทย อยู่ภายใต้กลุ่ม SCBX ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีและน่าเชื่อถือสูง
เหมาะกับ: นักลงทุนที่มีเงินก้อน ต้องการกระจายการลงทุนหลายตลาด หรือต้องการสินทรัพย์หลากหลายในแอปเดียว
4. Liberator — โดย บล. ลิเบอเรเตอร์ | Flat Rate | Active Trader

แอปนี้ไม่ดังเท่า Dime! แต่ในหมู่สาย Active Trader คนที่เทรดทุกวัน Liberator คือขวัญใจ เพราะมีโมเดล Flat Rate ที่ไม่มีใครทำได้เหมือนในไทยตอนนี้ จ่ายเหมา 999 บาทต่อเดือน แล้วเทรดได้ไม่อั้น
จุดเด่น: Flat Rate 999 บาท/เดือน เทรดได้ไม่จำกัด ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนที่เทรดบ่อยและต้องการต้นทุนคงที่
ข้อดี:
Flat Rate 999 บาท/เดือน เทรดได้ไม่อั้น
ค่าธรรมเนียมหุ้นไทยฟรี
โปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมซ่อนเร้น
เหมาะทั้ง Day Trade และ Swing Trade
ได้รับใบอนุญาต กลต.
ข้อด้อย:
ถ้าเทรดน้อย (เดือนละครั้ง) โมเดล Flat Rate ไม่คุ้ม
ตลาดน้อยกว่า InnovestX
ไม่มี Fractional Share
ค่าธรรมเนียม
แบบที่ 1: 0.10% ต่อรายการ
แบบที่ 2: เหมาจ่าย 999 บาท/เดือน เทรดได้ไม่จำกัด
หุ้นไทย SET: ฟรี
ความปลอดภัย: ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. ไทย เงินลูกค้าแยกบัญชีออกจากเงินบริษัทตามมาตรฐาน กลต.
เหมาะกับ: Active Trader ที่เทรดบ่อยมาก (10+ รายการต่อเดือน) ต้องการค่าธรรมเนียมคงที่แบบ Flat Rate
5. Webull — Webull Thailand | สายเทคนิค | 50+ อินดิเคเตอร์

Webull คือแอปที่สายเทคนิครัก เพราะมีกราฟและอินดิเคเตอร์มากที่สุดในบรรดาแอปไทยทั้งหมด เกิน 50 ตัว ถ้าคุณชอบลากเส้น Fibonacci ดูกราฟเทียน วาง Support Resistance แอปนี้คือแอปในฝัน
จุดเด่น: กราฟและเครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคครบที่สุดในไทย มากกว่า 50 อินดิเคเตอร์
ข้อดี:
อินดิเคเตอร์ 50+ ตัว ครบสุดในไทย
กราฟและข้อมูลเรียลไทม์คุณภาพสูง
เทรดหุ้นจีนได้ด้วย
มักมีโปรโมชันหุ้นฟรีสำหรับสมาชิกใหม่
ฟรีค่าทำ W-8BEN
ข้อด้อย:
UI ซับซ้อน มือใหม่อาจงงช่วงแรก
ไม่มี Fractional Share
ค่าธรรมเนียมสูง
ค่าธรรมเนียม
ค่าคอมมิชชั่น: 0.10% – 0.15%
ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและประเภทการเทรด
FX Spread: มีค่าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ความปลอดภัย: ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. ไทย ดำเนินการโดย Webull Securities Thailand ที่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล
เหมาะกับ: สาย Technical Analysis ที่ชอบวิเคราะห์กราฟ ใช้อินดิเคเตอร์หลายตัวพร้อมกัน ต้องการเครื่องมือระดับมืออาชีพ
6. Streaming — หลักทรัพย์บัวหลวง (BLS) | หุ้นไทย | เรียลไทม์

ถามว่าแอปไหนดีที่สุดสำหรับหุ้นไทย SET ก็ต้องตอบว่า Streaming ของบัวหลวงยังครองอันดับหนึ่งอยู่ ไม่มีใครแย่งได้ง่ายๆ ข้อมูลเรียลไทม์แม่นยำ กราฟดี มีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์มืออาชีพ รองรับ TFEX และมีฟีเจอร์ Trade Master สั่งซื้ออัตโนมัติตามเงื่อนไข
จุดเด่น: ข้อมูลเรียลไทม์ตลาดหุ้นไทย SET แม่นยำที่สุด รองรับ TFEX และ Trade Master สั่งซื้ออัตโนมัติ
ข้อดี:
ข้อมูลเรียลไทม์แม่นยำที่สุดสำหรับ SET
รองรับซื้อขายอนุพันธ์ TFEX
มีฟีเจอร์ Trade Master สั่งซื้ออัตโนมัติ
บทวิเคราะห์หุ้นรายตัวจากนักวิเคราะห์
ความน่าเชื่อถือสูง
ข้อด้อย:
เน้นหุ้นไทยเป็นหลัก ไม่รองรับตลาดต่างประเทศ
ฟีเจอร์เยอะ มือใหม่อาจงงในช่วงแรก
ค่าธรรมเนียมสูงกว่าคู่แข่ง
ค่าธรรมเนียม
ค่าคอมมิชชั่น: ~0.15% – 0.25% ต่อรายการ
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่เลือก
มีโปรโมชันค่าธรรมเนียมเป็นระยะๆ
ความปลอดภัย: ดำเนินการโดย บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. และมีประวัติยาวนานในตลาดหลักทรัพย์ไทย
เหมาะกับ: นักลงทุนหุ้นไทย SET ที่ต้องการข้อมูลเรียลไทม์ สาย Active Trade หุ้นไทย หรือผู้ที่ต้องการซื้อขาย TFEX
มือใหม่เริ่มเทรดหุ้นยังไง
โอเค รู้แล้วว่าจะใช้แอปไหน แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ทำตามนี้เลย ทีละขั้นตอน
เลือกแอปที่ตรงกับตัวเอง — ถ้ายังไม่แน่ใจเริ่มที่ Mitrade หรือ Dime! ก่อนเลย เพราะเริ่มต้นง่าย แถมถ้าเป็น Mitrade ยังมีบัญชีทดลองให้สร้างความคุ้นเคยก่อนด้วย
ดาวน์โหลดและสมัครสมาชิก — เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายภาพหน้า ผ่านการ KYC (ยืนยันตัวตน) ให้เรียบร้อย ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที
ฝากเงินเข้าแอป — เริ่มด้วยจำนวนน้อยๆ ก่อนเพื่อทดสอบระบบ แนะนำ 500-1,000 บาทสำหรับมือใหม่
ลองใช้บัญชีทดลองก่อน (ถ้ามี) — แอปอย่าง Mitrade มี Demo Account ให้ฝึกโดยไม่ต้องใช้เงินจริง
ศึกษาหุ้นตัวที่สนใจ — อย่าซื้อตามเพื่อนโดยไม่รู้เรื่อง รู้ว่าบริษัทนี้ทำอะไร กำไรดีไหม ราคาแพงเกินไปหรือเปล่า
ซื้อครั้งแรกด้วยจำนวนน้อยๆ — ไม่ต้องรีบทุ่มเงินทั้งหมดทีเดียว เริ่มเล็กๆ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อมั่นใจขึ้น
ตั้งค่า 2FA ทันทีหลังเปิดพอร์ต — ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ ไม่มีข้อแม้
กำหนดแผนล่วงหน้า — จะถือนานแค่ไหน จะขายตอนกำไรเท่าไหร่ ยอมขาดทุนได้มากสุดแค่ไหน รู้ก่อนกดซื้อ
ทบทวนพอร์ตสม่ำเสมอ — ดูทุกเดือนก็ยังดี เพื่อให้รู้ว่าพอร์ตยังตรงกับแผนหรือเปล่า
ลงทุนด้วยเงินเย็นเท่านั้น — ไม่ใช่เงินกู้ ไม่ใช่เงินค่าบ้านค่าข้าว เงินที่ถ้าหายแล้วยังไม่กระทบชีวิต
ถ้าทำตามสิบขั้นตอนนี้ได้ บอกเลยว่า คุณเริ่มต้นดีกว่านักลงทุนมือใหม่ส่วนใหญ่ในไทยแล้ว

แอปเทรดหุ้นไหนดีที่สุดในไทย?
ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร ถ้ามือใหม่ตอบว่า Mitrand หรือ Dime! ถ้าเทรดบ่อยตอบว่า Liberator ถ้าอยากหลายตลาดตอบว่า InnovestX ถ้าสายเทคนิคตอบว่า Webull และถ้าเน้นหุ้นไทยตอบว่า Streaming ของบัวหลวง ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช่สำหรับทุกคน
เริ่มต้นลงทุนหุ้นใช้เงินเท่าไหร่?
Dime! เริ่มได้ที่ 50 บาทเพราะซื้อเศษหุ้นได้ Webull ไม่มีขั้นต่ำในการเปิดบัญชี InnovestX ขั้นต่ำต่อรายการ 4.99 USD หรือประมาณ 160 บาท แต่แนะนำให้เริ่มที่ 500-1,000 บาทก่อน เพื่อฝึกมือโดยไม่เสี่ยงเยอะ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อมั่นใจขึ้น
แอปเทรดหุ้นปลอดภัยไหม?
แอปที่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. มีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม Mitrand ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะมีใบอนุญาตระดับสากลอย่าง ASIC และ FCA ด้วย
มือใหม่ใช้แอปอะไรดี?
Mitrade เพราะเริ่มต้นง่ายที่สุด มี Demo Account ได้ฟรีเลยไม่มีข้อแม้ ค่าธรรมเนียมโปร่งใส
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน



